จังหวัดสระบุรี, 20 ตุลาคม 2569 — บริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ จำกัด นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ ประธานบริษัท เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี พร้อมสาธิตการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในภารกิจจำลองด้านการบรรเทาสาธารณภัย โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รองอธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้การต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในการรับชม

การดำเนินงานครั้งนี้ต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจ “ความร่วมมือเพื่ออนาคตแห่งนวัตกรรม” โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการวิจัย พัฒนาต้นแบบ และทดสอบเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง บนพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัย พัฒนา และทดสอบระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS Research, Development and Test Center) เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการทดสอบเทคโนโลยีในระดับประเทศ

การสาธิตครั้งนี้จำลองสถานการณ์บรรเทาสาธารณภัยสองภารกิจที่เชื่อมโยงกัน เริ่มจากการค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่ป่าด้วยอากาศยานไร้คนขับ TITUM M2-100 ซึ่งติดตั้งกล้อง EO/IR และลำโพงสำหรับสื่อสารกับผู้ประสบภัย โดยบินสำรวจที่ความสูงประมาณ 60 เมตร เพื่อระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยและนำทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสองนายเข้าสู่พื้นที่

จากนั้น เมื่อพบเหตุไฟป่าในบริเวณเดียวกัน จึงสาธิตการลำเลียงอุปกรณ์ดับเพลิงด้วย TITUM M2-200 ซึ่งขนส่งอุปกรณ์ทางอากาศไปยังจุดเกิดเหตุโดยตรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำอุปกรณ์ไปใช้ต่อสายส่งน้ำเข้ากับเครื่องสูบน้ำและสูบน้ำจากทะเลสาบในพื้นที่เพื่อควบคุมเพลิง การสาธิตดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับทั้งในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนการขนส่งอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจในพื้นที่เข้าถึงยาก

สำหรับสมรรถนะของอากาศยานทั้งสองรุ่น TITUM M2-100 รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 10 กิโลกรัม และปฏิบัติการได้นาน 40 นาที ขณะที่ TITUM M2-200 รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 30 กิโลกรัม และปฏิบัติการได้นาน 30 นาที โดยทั้งสองรุ่นมีเพดานบินสูงสุด 1,500 ฟุต

อาร์วี คอนเน็กซ์ มุ่งพัฒนาและผลิตอากาศยานไร้คนขับภายในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาไปจนถึงการผลิต เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของไทยและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว

บริษัทฯ ขอขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและทีมงานทุกฝ่ายที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานและการสาธิตในครั้งนี้