ความมั่นคงยุคใหม่ไม่ได้วัดที่สิ่งที่ซื้อมา แต่วัดที่สิ่งที่สร้างเองได้ — รศ. ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ บนเวที TNN Tech Forum 2026
28 ตุลาคม 2569
ในสงครามรัสเซีย–ยูเครน เทคโนโลยีโดรนของทั้งสองฝ่ายถูกปรับเปลี่ยนทุก 10 วัน เพื่อแย่งชิงความได้เปรียบในสนามรบ ตัวเลขนี้คือจุดตั้งต้นที่ รศ. ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ ประธานบริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด ใช้อธิบายว่าเหตุใดนิยามของความมั่นคงจึงเปลี่ยนไปแล้ว บนเวทีเสวนา “Defense Tech : Powering Thailand’s New Machine Economy — เทคโนโลยีป้องกันประเทศ : เครื่องยนต์ใหม่พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย” ภายในงาน TNN Tech Forum 2026 : AI Warfare – The Race for Humanity เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง Grand Hall ชั้น 3 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่ง West
เมื่อวงรอบการพัฒนาสั้นลงเหลือระดับสิบวัน กระบวนการจัดซื้อที่ใช้เวลาเป็นปีย่อมตามไม่ทันโดยธรรมชาติ ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในวันลงนามสัญญา อาจไม่ใช่คำตอบของสนามรบในวันที่ส่งมอบ ข้อจำกัดจึงไม่ได้อยู่ที่งบประมาณหรือคุณภาพของสิ่งที่จัดหามา แต่อยู่ที่ว่าเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน ประเทศนั้นแก้ไขและพัฒนาระบบของตนเองได้เร็วเพียงใด
"ถ้าเราเป็นเพียงผู้ซื้อ เราจะเดินตามหลังอยู่เสมอ เพราะกว่าของจะมาถึงมือ โจทย์ก็เปลี่ยนไปแล้ว ความมั่นคงจึงไม่ได้วัดกันที่ว่าเรามีอะไรอยู่ในคลัง แต่วัดกันที่ว่าเราเข้าใจมันลึกแค่ไหน และแก้ไขมันได้เร็วแค่ไหน" รศ. ดร.สุเจตน์ กล่าว
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยิ่งบีบวงรอบนั้นให้สั้นลงไปอีก แต่ รศ. ดร.สุเจตน์ ชี้ว่าการมีเครื่องมือไม่เท่ากับการมีความได้เปรียบ เพราะทุกฝ่ายในสนามแข่งขันเข้าถึงเทคโนโลยีชุดเดียวกัน สิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้จึงไม่ใช่การมี AI แต่คือวิจารณญาณในการใช้ และความสามารถในการแปลงความคิดให้กลายเป็นของจริงที่ใช้งานได้ คอขวดจึงเลื่อนจาก "รู้ว่าต้องสร้างอะไร" ไปอยู่ที่ "สร้างมันออกมาได้ทันหรือไม่" และประเทศที่ออกแบบได้แต่ผลิตไม่ทัน ก็ยังคงอยู่ในสถานะพึ่งพาอยู่ดี
“AI ไม่ได้มอบชัยชนะให้ใครโดยอัตโนมัติ เพราะทุกฝ่ายเข้าถึงมันได้เท่ากัน สิ่งที่ตัดสินคือใครใช้มันอย่างชาญฉลาด และใครเปลี่ยนความคิดให้เป็นของจริงได้เร็วกว่า ในสนามรบ คนที่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน และผลิตไม่ทัน ไม่ได้แค่เสียเปรียบ แต่ตาย”
สิ่งที่เขาเรียกว่าอธิปไตยทางเทคโนโลยี จึงไม่ใช่การตั้งเป้าผลิตทุกอย่างเองภายในประเทศ แต่คือการมีความสามารถในการควบคุมระบบ เข้าใจโครงสร้างภายใน บำรุงรักษา และต่อยอดได้ด้วยกำลังของตนเอง ความสามารถชุดนี้เป็นสิ่งที่ซื้อไม่ได้ ต้องสะสมผ่านการลงมือออกแบบ ผลิต ทดสอบ และแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ประเทศรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง แทนที่จะรอรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากที่อื่น
อีกประเด็นที่ รศ. ดร.สุเจตน์ ผลักดันบนเวที คือบทบาทของภาครัฐที่ควรขยายออกไปไกลกว่าการเป็นผู้จัดซื้อ โดยยกตัวอย่างทูตทหารของหลายประเทศที่ทำหน้าที่ส่งเสริมยุทโธปกรณ์ซึ่งผลิตภายในชาติของตนอย่างจริงจัง
"ผู้ประกอบการไทยพิสูจน์แล้วว่าผลิตได้และแข่งขันได้ สิ่งที่ยังขาดคือประตูบานที่ภาครัฐเท่านั้นที่เปิดให้ได้ เพราะความเชื่อมั่นระหว่างประเทศไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่รัฐเดินออกไปยืนอยู่ข้างผู้ผลิตของตัวเอง"
เวทีเสวนาดังกล่าวมีผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ คุณกฤต กุลหิรัญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด และคุณภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ครอบคลุมขีดความสามารถของผู้ผลิตไทยตั้งแต่ยานเกราะ เรือรบ ไปจนถึงอากาศยานไร้คนขับ
งาน TNN Tech Forum 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด AI Warfare : The Race for Humanity นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้นำจากภาคธุรกิจเทคโนโลยี การเงินการลงทุน และอุตสาหกรรมความมั่นคง